รวมข่าวสารเกี่ยวกับเครื่องดนตรี กีต้าร์โปร่ง กีต้าร์ไฟฟ้า สายกีต้าร์ เบส กลอง ไมค์ เอฟเฟคกีต้าร์ เอฟเฟค แอมป์ รีวิวกีต้าร์โปร่ง รีวิวกีต้าร์ไฟฟ้า ข่าวสารวงการเพลง เพลงไทย เพลงสากล ข้อมูลศิลปิน วงดนตรี

Foo Fighter บอกว่าเพลงในอัลบั้มที่ 10 ของเขาเป็นอัลบั้มที่ฟังสนุกที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา

Foo Fighter

หัวข้อ

Foo Fighter เป็นเจ้าพ่อในวงการร็อคมามากว่า 25 ปี แม้ว่าผลงานในเดือนสิงหาคมอาจจะดูน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่แฟนเพลงบางส่วนก็ยังคงพอใจกับงานของพวกเขา Dave Grohl และพวก ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมีความสุข โดยการสร้างสถิติที่ยอดเยี่ยม สร้างความพึงพอใจให้กับฐานแฟนเพลงจำนวนมหาศาลมาตลอด รวมถึงล่าสุดกับการบันทึกการแสดงสดที่สนามกีฬา ให้แฟนเพลงเมามันส์กับความสดใหม่ของวงด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ (เหมือนที่เราเคยเห็นในสารคดีทางช่อง HBO ในปี 2014 ของ Foo Fighter / ในอัลบั้ม Sonic Highways) ในครั้งนี้เขาได้ร่วมมือกับเพื่อน ๆของพวกเขา อย่าง Justin Timberlake, Rick Astley หรือ Serj Tankian

อัลบั้มที่ 10 ของ Foos ยังได้รับความนิยมตามมาตรฐานร็อค ครั้งนี้ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีไม่เหมือนใคร โดยอัลบัมนี้พวกเขาได้นำกลิ่นอายดนตรีร็อคในยุค90s มายัดใส่ซาวน์ของพวกเขาโดยเล่นออกไปแบบโต้งๆ ไม่ต้องมีการอ้อมค้อมใดๆ

Foo Fighter 1

Foo Fighter อัลบั้มนี้มีอะไรบ้าง

ตั้งแต่แทร็กแรก“ Making a Fire” ทำให้เห็นว่าในอัลบั้มนี้ซาวน์ดูสดใสขึ้น รวมถึงเนื้อร้องที่มองโลกในแง่ดีมากกว่าทุกครั้งที่พวกเขาเคยทำ ในขณะที่ Grohl ใช้กีต้าร์เสียงคลีนช่วยสร้างบบรยากาศ แถมยังมีนักร้องประสานเสียงสาวๆในท่อนร้อง “na-na-na” พร้อมทั้งเสียงปรบมือและกระทืบเท้าเป็นจังหวะ เหมือนเพลงกอสเปลในโบสถ์คริสต์ ” ฉันรอจะทำอย่างนี้มาตลอดชีวิต” Dave Groh กล่าว

โดยท่อน  “na-na-na”  ไม่ใช่นักร้องประสานเสียงที่ไหนมาร้อง แต่เป็น Violet ลูกสาววัยรุ่นคนสวยของ Dave โดยมารับหน้าที่บันทึกเสียงประสานเสียงของเธอเอง เป็นทั้งความภาคภูมิใจของคุณพ่อชาวร็อคและทำให้ Dave กลับมามุ่งมั่นที่จะทำเพลงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ช่วยสร้างความกระตือรือร้นและแรงบรรดาลใจชั้นดีให้กับอัลบั้มนี้

Foo Fighter 2

แม้ว่า Grohl จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพร็อคสตาร์ของเขาหลังการยุบวงของ Nirvana ในการพยายามทำเพลงอย่างเพลงร็อคในยุค 70s ที่เขาชอบ แต่อัลบั้ม Medicine at Midnight ก็แสดงให้เห็นถึงกระแสป๊อปในตัวเขาออกมาแบบจางๆ เช่นเดียวกับอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาในปี 2017 Concrete and Gold Foo Fighters ได้ร่วมมือกับ Greg Kurstin โปรดิวเซอร์ชั้นเซียน ผู้สร้างผลงานป็อปๆของ Adele และ Kelly Clarkson จึงทำให้กลิ่นอายในอัลบัมนี้ ทำออกมาได้อย่างละเอียดอ่อน โดยในเพลงไตเติ้ลของพวกเขาได้ผสมผสานเพลงแนวดิสโก้ และ ฟังค์กี้ กับกีต้าร์โปร่งอย่าลงตัวไม่เลี่ยนจนเกินไป  เป็นเพลงบัลลาดที่เรียบง่ายและเพราะ ซึ่งพวกเขาไม่เคยทำกันมาก่อน ในแทร็ก“ Chasing Birds” ก็ใช้เมโลดี้ฟุ้งไปทั่วก่อนจะจบเพลงอีกด้วย

Foo Fighter 3

นอกเหนือจากเพลงร็อคบัลลาดหวานๆ Foo Fighter ก็ได้เลือกใช้เสียง cowbell ในเพลง“ Low Rider” และ “ Cloudspotter” ให้เพลงดูสนุกขึ้น รวมถึงใช้เสียงเลเซอร์ของวิดีโอเกม ผสมกับเสียงประสานแบบเพลง Gospel ในเพลงต่อต้านสงคราม ท่วงทำนองแบบพังค์ร็อคในเพลง “ No Son of Mine” Foo Fighter ได้ลองใช้เสียงสะท้อนที่เหมือน เฟรดดี้ เมอร์คิวรีทำ และจังหวะแปลก ๆ ในเพลง“Holding Poison ” Grohl ได้ทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวงว่า กูยังเจ๋งได้มากกว่านี้อีก ในเพลง “ Waiting on a War” เพลงบัลลาดร็อคที่พร้อมให้ทุกคนร้องตามในงานคอนเสริตอีกด้วย

Foo Fighter 4

วงนี้ผ่านช่วงเวลาระบาดของโรคโควิด -19 มาได้แล้ว และกลับมาทวงบัลลังค์ของพวกเขาด้วยเพลงจังหวะดุเดือดมากขึ้น มีเพียงซิงเกิ้ลนำของอัลบั้ม “ Shame Shame” เท่านั้นที่รู้สึกไม่ยังทำได้ดีไม่มากพอที่จะชดเชยได้แฟนเพลงได้ แต่อย่าลืมฟังเพลงสุดท้ายของพวกเขาหละ ในเพลง “ Love Dies Young” เพลงทีจะเป็นการย้ำเตือนความเจ๋ง ด้วยแนวคิดและลูกเล่นแบบ  Foo Fighter ได้ออกมาฟังดูกระชับและไม่รกเกินไปอีกด้วย 

Credit : ไฮโลออนไลน์

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเพลงและเครื่องดนตรีในประเทศไทย